. สืบค้นจากหนังสือหรือในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
เรื่อง ปัญหาและแนวโน้มของหลักสูตร
ปัญหาในการพัฒนาหลักสูตร
- ในอดีตการจัดศึกษาไทยเป็นระบบศูนย์รวม
สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและหลักสูตรที่สร้างขึ้นจากส่วนกลาง
ซึ่งไม่สะท้อนสภาพความต้องการที่แท้จริงของสถานศึกษาและท้องถิ่น
- เกิดจากบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาหลักสูตร
เช่น ครู ผู้บริหาร ผู้จัดทำหลักสูตร ไม่เข้าใจกระบวนการของการพัฒนาหลักสูตร
มีเจตคติที่ไม่ดีต่อการพัฒนาหลักสูตร ไม่ยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร
มีความรู้ความสามารถไม่เพียงพอที่จะพัฒนาหลักสูตร
- ขาดงบประมาณสนับสนุน เช่น ขาดงบประมาณในการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เอกสาร
เงินสนับสนุนช่วยเหลือครูแต่ละวันในการพัฒนาหลักสูตร เป็นต้น
- การบริหารจัดการ เช่น ขาดการประสานงานี่ดีระหว่างระหน่วยงานต่างๆ
ขาดผู้เชี่ยนชาญที่มีความรู้
ความเข้าใจและทักษะในการให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร ขาดการวางแผนด้านเวลา
บรรยากาศของโรงเรียนไม่ส่งเสริมการทำงาน
แนวโน้มในการพัฒนาหลักสูตร
- เป็นหลักสูตรที่เน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น วิเคราะห์เป็น
ไม่เน้นท่องจำเหมือนในอดีต เช่น จัดการเรียนรู้แบบโครงการ ให้ครูและนักเรียนช่วยกันพัฒนาโจทย์ขึ้นด้วยกัน
การเสาะแสวงหาข้อมูล การลงภาคสนาม การทดลองปฏิบัติ การจดบันทึกข้อมูล
การสรุปบทเรียนด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นวิทยากรกระบวนการ
ผู้ให้คำแนะนำปรึกษาต่อนักเรียน
- สื่อและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามามีบทบาทในการเรียนเพิ่มมากขึ้น เช่น
มีการค้นคว้าหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตด้วยตนเองซึ่งผู้เรียนจะสามารถค้นคว้า
มีทักษะเข้าสู่ระบบข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่มากมายได้ตลอดเวลา
จัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนการสอนแบบทางไกล
ซึ่งจะทำให้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา สถานที่
- เน้นการบูรณาการ แต่ยังคงเนื้อหาสาระของแต่ละรายวิชาอยู่ทั้งด้านภาษา การคิดคำนวณและด้านเหตุผลหรือวิทยาศาสตร์
- เน้นการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นและสถานศึกษาเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษา
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน
แต่ส่วนกลางยังคงเป็นผู้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาแต่ละแห่ง
- ให้ครูและผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรอย่างแท้จริง
เช่น การจัดอบรมสัมมนา.เรื่องการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรมาให้คำแนะนำช่วยเหลือในการพัฒนาหลักสูตร
- เน้นหลักสูตรท้องถิ่นที่มีความหลากหลายและให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
- เนื่องจากในยุคปัจจุบันภาษาต่างประเทศมีความจำเป็นในดำรงชีวิตของผู้คนเพิ่มมากขึ้นประกอบกับประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี
2558 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เช่น ภาษาเวียดนาม ลาว มลายู อังกฤษ
รวมไปถึงมีการเปิดหลักสูตรนานาชาติเพิ่มขึ้นด้วย
2. ศึกษาทำความเข้าใจเพิ่มเติมจากวิจารณ์
พานิช. วิถีการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21
ตื่นตัวกันมากทั้งวงการศึกษาไทย
จะทนอยู่เฉยๆได้อย่างไรกัน.....เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การศึกษาเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข
ที่อ่านในเล่ม"วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21" ของท่าน ศาสตราจารย์ นพ. วิจารณ์ พานิช
ดังนั้นจึงอยากคาดหวังไว้กับการจัดการศึกษาในอุ้งมือครู
และผู้เกี่ยวข้องได้ตระหนักและรีบลงมือ เพื่อใน คศ. 2020 คนไทยจะพบกับความสงบร่มเย็น
ขอนำเอาสาระใจความที่สำคัญในเล่มนี้มาเพียงคำนิยม
และคำนำ ของท่านมาแชร์อ่านกันอีกครั้งค่ะ
อ่านคำนิยมของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
ท่านกล่าวไว้ว่า...
การศึกษาของไทยถึงทางตันแล้ว
เมื่อถึงทางตันไม่เพียงแต่ไปต่อไม่ได้ลำพังการหยุดนิ่งอยู่กับที่แปลว่า
ก้าวถอยหลัง นานาประเทศจะแซงหน้าเราขึ้นไป แล้วเยาวชนของเราก็จะอยู่ข้างหลัง
ในโลกไร้พรมแดนที่วัดกันด้วยความสามารถในการทำงาน มิใช่วามสามารถในการท่องจำ
ก็พอทำนายได้ว่า เยาวชนของเราก็จะได้งานที่ใช้ความสามารถต่ำกว่านานาประเทศความสามารถในการทำงานมิได้ขึ้นกับรู้มากหรือรู้น้อย
แต่ขึ้นกับทักษะการเรียนรู้ พร้อมเรียนรู้ ใฝ่เรียนรู้ อยากเรียนรู้
สนุกกับการเรียนรู้เรียนรู้ได้ตลอดเวลาจากทุกสถานที่
มีทักษะชีวิตที่ดีปรับตัวได้ทุกครั้งเมื่อพบอุปสรรค
ยืดหยุ่นตัวเองได้ทุกรูปแบบเมื่อพบปัญหาชีวิต
นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่แห่งศตวรรษที่
๒๑เด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องการทักษะแห่งศตวรรษที่
๒๑เพื่อจะดำรงชีวิตได้ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งการศึกษาไทยปัจจุบันไม่ได้ให้และให้ไม่ได้
แล้วจะทำอย่างไร เพียงเท่านี้
...ครูทุกท่านอ่านแล้วจะรู้สึกเหมือนดิฉันไหมว่า "
ท่านได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบของครูที่จะต้องรีบขวนขวาย หาความรู้
เพิ่มทักษะกระบวนการสอนที่เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน
ดิฉันอ่านแต่คำนิยมของท่าน ของ ผอ.
วิเชียร ไชยบัง โรงเรียนลำปลายมาศ
กล่าวว่า
เมื่อองค์ความรู้ของโลกขยายขอบเขตเพิ่มพูนขึ้นแบบเท่าทวีคูณกอปรกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงความรู้
เหล่านั้นได้ในเวลาเพียงลัดมือเดียว ทำให้ใครหลายคนเชื่อว่า “ครู” กลายเป็นอาชีพที่อาจจะหมดความจำเป็นลงในอนาคตอันใกล้นี้
แต่ผมกลับไม่เชื่ออย่างนั้น ยิ่งทั้งสองปัจจัยข้างต้นก้าวล่วงไปมากเท่าใด
ความจำเป็นที่ต้องมีครูยิ่งมากขึ้น อย่างน้อยก็ด้วยสองเหตุผลนี้ อย่างแรก
ความรู้ที่มีอยู่อันมากมายนั้นจะไม่สามารถนำมาใช้ตามความจำเป็นหรือความต้องการได้ทั้งหมด
ทั้งนี้เพราะเหตุปัจจัยและบริบทของเหตุการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ความรู้สำหรับแก้ปัญหาของวันพรุ่งนี้จะไม่ใช่ชุดความรู้ที่มีอยู่
เราจึงจำเป็นต้องมีครูที่เก่งในการจัดสรรองค์ประกอบให้ผู้เรียนได้กลายเป็นนักเรียนรู้คือ
มีเครื่องมือหรือทักษะจำเป็นต่อการเรียนรู้ อย่างครบถ้วน
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแสวงหาหรือสร้างองค์ความรู้สดใหม่ขึ้นมาใช้ได้ทันท่วงที
ความจำเป็นในการสร้างอารยธรรมมนุษย์ยุคต่อไปจึงตกอยู่ที่มือครูนั่นเพราะ
“มนุษย์เท่านั้นที่จะสอนความเป็นมนุษย์ได้” แต่ทั้งหมดนั้นครูเองจำเป็น ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด
และเปลี่ยน กระบวนทัศน์ที่เป็นอยู่อย่างสิ้นเชิง
คำนำของท่าน นายแพทย์วิจารณ์ พานิช
ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนเป้าหมายการเรียนรู้ของศิษย์จากเน้นเรียนวิชาเพื่อได้ความรู้
ให้เลยไปสู่การพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อชีวิตในยุคใหม่ย้ำว่า
การเรียนรู้ยุคใหม่ต้องเรียนให้เกิดทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑
หน้าที่ของครูเพื่อศิษย์จึงต้องเปลี่ยนจากเน้น “สอน”
หรือสั่งสอนไปทำหน้าที่จุดประกายความสนใจใฝ่รู้ (inspire) แก่ศิษย์ ให้ศิษย์ได้เรียนจากการลงมือปฏิบัติ (learning by doing) และศิษย์งอกงามทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑
นี้จากการลงมือปฏิบัติของตนเป็นทีมร่วมกับเพื่อนนักเรียน
เน้นการงอกงามทักษะในการเรียนรู้ และค้นคว้าหาความรู้มากกว่าตัวความรู้
ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากทำโดดเดี่ยวคนเดียว เป็นทำงานและเรียนรู้จากการทำหน้าที่ครูเป็นทีมคือ
รวมตัวกันเป็น ชร. คศ. นั่นเอง
ขอสรุปและตั้งความหวังกับการทำหน้าที่ครูต่อไปในวันนี้และวันหน้าว่าจะพยายามหาวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องทำงานเป็นทีม
การจัดการสาระเป็นสาระหลักและสาระรวมที่เน้นทักษะกระบวนการ
การปฏิบัติโครงงานที่บูรณาการองค์รวม
(ที่จริงก็ทำมาแล้วแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนที่แท้จริง)
หวังว่าครูกับชุมชนคงจะมีการทำงานที่สอดคล้องกันต่อไป
เพื่อพัฒนาลูกหลานของชุมชนของท่านนะคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น