วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

หลักสูตรรายวิชา




หลักสูตรรายวิชา



หลักสูตรรายวิชา คือ เป็นหลักสูตรที่ใช้กันมาแต่ดั้งเดิม ไม่เฉพาะยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ประเทศในเอเชียทั้งประเทศรวมถึงประเทศไทยได้ใช้หลักสูตรนี้มาตั้งแต่ต้น เนื่องจากโครงสร้างเนื้อหาวิชาในหลักสูตรจะถูกแยกออกจากกันเป็นรายวิชาโดยไม่จำเป็นต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกัน ไม่ว่าจะด้านเนื้อหาการเรียนการสอน สำหรับเนื้อหาที่คัดมาถือเป็นเนื้อหาสำคัญและจำเป็นต่อการเรียนรู้
หลักสูตรของไทยเรายังเป็นหลักสูตรรายวิชา ได้แก่ หลักสูตรมัธยมศึกษา แต่มีการปรับปรุงโครงสร้างโดยนำเอาระบบหน่วยกิตมาใช้ ซึ่งได้อธิบายไว้ดังนี้
1.ลักษณะของหลักสูตร
1.จุดมุ่งหมายของหลักสูตร มุ่งส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนโดยใช้วิชาต่างๆเป็นเครื่องมือ ดังนั้นโครงสร้างของหลักสูตรจึงประกอบด้วยวิชาต่างๆ หลายวิชา ซึ่งนักพัฒนาหลักสูตรคิดว่าจะสามารถส่งเสริมพัฒนาการตามที่ได้ดั่งจุดหมายไว้
2.จุดมุ่งหมายของหลักสูตร อาจมีส่วนสัมพันธ์กับสังคมหรือไม่ก็ได้ และโดยทั่วไปหลักสูตรนี้ไม่คำนึงถึงผลที่เกิดแก่สังคมสักเท่าใด
3.จุดประสงค์ของแต่ละวิชาในหลักสูตร เน้นการถ่ายทอดเนื้อหาวิชาเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้และลักษณะในวิชานั้นๆเป็นสำคัญ
4.โครงสร้างของเนื้อหาวิชา ประกอบด้วยเนื้อหาของแต่ละวิชาที่เป็นเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกับวิชาอื่น และจะถูกจัดไว้อย่างมีระบบ เป็นขั้นตอน เพื่อสะดวกแก่การสอน
5.กิจกรรมการเรียนการสอน เน้นเรื่องการถ่ายทอดความรู้ ด้วยการมุ่งให้ผู้เรียนจำเนื้อหาวิชา การส่งเสริมพัฒนาการในด้านอื่นๆ
6.การประเมินผลการเรียนรู้ มุ่งในเรื่องความรู้ทักษะในวิชาต่างๆ ที่ได้เรียนมา
ส่วนดีของหลักสูตรรายวิชา
1.จุดมุ่งหมายของหลักสูตรซึ้งเน้นเนื้อหาวิชา ช่วยให้เนื้อหาวิชาเป็นไปโดยง่าย
2.เนื้อหาวิชาจะถูกจัดไว้ตามลำดับขั้นอย่างมีระบบ เป็นการง่ายและทุ่นเวลาในการเรียนการสอน
3.การจัดเนื้อหาวิชาอย่างมีระบบ ทำให้การเรียนรู้เนื้อหาวิชาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
4.การประเมินผลการเรียนทำได้ง่ายเพราะมุ่งประเมินความรู้ที่ได้รับเป็นสำคัญ

ส่วนข้อเสียของหลักสูตรรายวิชา
1.เนื่องจากจุดมุ่งหมายของหลักสูตรเน้นการถ่ายทอดความรู้ตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงมักละเลยต่อสภาพและปัญหาของสังคมและท้องถิ่น ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสังคม
2.การเน้นเนื้อหา ทำให้ผู้เรียนไม่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการในด้านอารมณ์และสังคมเท่าที่ควร นอกจากนี้การมุ่งเน้นให้จำเนื้อหา ทำให้ผู้เรียนไม่ได้รับการฝึกฝนเรื่องการคิดทักษะในการแก้ไขปัญหาและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จะหย่อนไป
3.การที่หลักสูตรแยกวิชาต่างๆ ออกเป็นเอกเทศโดยไม่สัมพันธ์กันทำให้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนมองไม่เห็นภาพรวมในสิ่งที่เรียน
การปรับปรุงหลักสูตร

มี 2 วิธี คือ 1.จัดเรียงเนื้อหาให้ต่อเนื่องกัน (Articulation) คือการจัดเนื้อหาที่อยู่ในชั้นเดียวกัน หรือ ระหว่างชั้นให้ต่อเนื่องกัน โดยรักษาความเป็นวิชาของแต่ละวิชาไว้ การจัดมี 2 แบบ คือ
ก.     จัดให้ต่อเนื่องตามแนวนอน ( Horizontal Articulation) คือ การจัดเนื้อหาวิชาหนึ่งให้สัมพันธ์กันหรือต่อเนื่องกันกับอีกวิชาหนึ่งซึ่งอยู่ในชั้นเดียวกัน เช่น การกำหนดเนื้อหาปฏิภาคไว้ในวิชาคณิตศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำเอาความรู้ไปใช้ในการคำนวณในเรื่องของกฏก๊าซ ซึ่งไว้ไว่คู่ขนานกันในวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
ข.     จัดให้ต่อเนื่องในแนวตั้ง (Vertical Articulation) คือการจัดเรียงเนื้อหาอยู่ต่างชั้นกัน คือ ระหว่างที่ต่ำกับที่สูงโดยทำให้เกิดความต่อเนื่องของรายวิชา ตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงมัธยมและอาจจะถึงมหาวิทยาลัยด้วย หลักในการจัดทำนองเดียวกับการจัดลำดับเนื้อหาของแต่ละรายวิชา คือ อาศัยหลักความจำเป็นก่อนหลัง ความยากง่ายของเนื้อหาและหลักอื่นๆที่เห็นว่าสำคัญ
2.จัดการเชื่อมโยงเนื้อหาเขาด้วยกัน ( Coherence) คือการจัดเนื้อหาของแต่ละวิชาให้เชื่อมโยงกันในลักษณะที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ผู้เรียนมีพัฒนาการอย่างกลมกลืนไม่มีความขัดแย้ง มีอยู่ 2 ระดับ คือ
. ระดับความคิด (Cognitive level) การพัฒนาด้านสติปัญญา อันได้แก่ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ
 เจตคติ ความพึงพอใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้มีความสัมพันธ์กัน ความสามารถอย่างหนึ่งส่งเสริมกันอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

.ระดับโครงสร้าง (Organizational Level) การจัดเนื้อหาวิชาเอื้อยประโยชน์กันและกัน เกิดประโยชน์ต่อวิชาอื่นๆด้วย เป็นการเพ่งเล็งที่เนื้อหาไม่ใช่ตัวบุคคลเหมือนกับระดับความคิด ดังนั้นผู้จัดจะดูว่า เนื้อหาแต่ละวิชานั้นเชื่อมโยงและอำนวยประโยชน์แก่วิชาอื่นอย่างไร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น